สถิติผู้เข้าชม
เยาวชนในบริเวณน้ำท่วมวัดวงษ์ฆ้องจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การศึกษานำการเมืองเพื่อแก้ปัญหาสังคมไทย
การศึกษากับการแก้ปัญหาสังคมไทย เราจะสอนเด็กไทยอย่างไร ให้เขาเป็นคนเก่ง ดี และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และเคารพศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นโจทย์หลักที่สำคัญในปัจจุบัน เพราะปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีผลพวงมาจากคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีผลมาจากการเลี้ยงดูในอดีตนั่นเอง ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการให้สังคมมีความสุข ความเจริญและแก้ปัญหาการเมือง ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกเรื่องของประเทศในปัจจุบันและในอนาคต ก็คงต้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงหลักต้องกำหนดนโยบายและแนวทางในการจัดการศึกษาที่ชัดเจน โดยให้การศึกษาและการอบรมเด็ก เยาวชน ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กจนถึงวัยเยาว์ ภายใต้หลักคิดและหลักการที่ว่า
“จะสอนเด็กไทยอย่างไร ให้เขาเป็นคนเก่ง ดี และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และเคารพศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตย” ก็จะเป็นหนทางที่ช่วยแก้ปัญหาของประเทศไทยได้ในอนาคต สถาบันการศึกษาและผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนนั้น ได้เข้าถึงและได้เรียนในสิ่งที่ต้องการเรียน ซึ่งก็หมายถึง ได้เรียน ได้ทำในสิ่งที่อยากเรียน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพตามความต้องการและความถนัดของตนเอง
วัยวุฒิ บุญลอย / 22 เมษายน 2559
นกกระจิบตัวเล็ก
เพื่อนบ้านในหอพักเดียวกัน (neighbourly friends)
อากาศในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้กำลังเย็นสบายดี จึงส่งผลให้สุขภาพร่างกายและจิตใจก็ดีตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งแวดล้อมมีส่วนช่วยในการใช้ชีวิตของคนทั่วไปเช่นกัน ซึ่งก็ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีด้วยจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนเพื่อนบ้านของผมนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นนกกระจิบตัวเล็กๆ (รูปร่างคล้ายกับนกที่ใช้ปล่อยในการทำบุญที่วัด) ที่สร้างครอบครัวร่วมกันเมื่อหลายเดือนก่อนและก็ได้มีลูกนกเกิดขึ้นนั้นเอง ผมได้สังเกตพฤติกรรมของนกจากกิจกรรมที่พวกเขาทำอยู่เป็นกิจวัตรประจำวันคือ ช่วงเช้าเวลาประมาณ 0700 น. พ่อแม่นกจะมาป้อนอาหารให้ลูกนก ซึ่งผมได้ยินเสียงร้อง และช่วงบ่ายกับช่วงเย็น หลังจากนั้นลูกนกก็เงียบเสียง มีบางช่วงเวลาที่ลูกนกออกจากรังเพื่อฝึกบินแล้วก็กลับเข้าสู่รัง จากพฤติกรรมของครอบครัวนกกระจิบนี้การอยู่ร่วมกันของคนและสัตว์ตามธรรมชาตินั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากเราได้ให้ความเมตตา การเอื้ออาทรกัน การเคารพในการใช้ชีวิตร่วมกัน การถ้อยถีถ้อยอาศัยกันอย่าใช้กำลังหรืออาวุธมาทำร้ายกัน และการแบ่งปันกันตามความเหมาะสมและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
การศึกษาต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนในสร้างเยาวชน
ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Systems)
องค์การสหประชาชาติ หรือUN นั้นเป็นองค์กรผู้นำทางด้านการศึกษา โดยมีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO (วิกิพีเดีย. 2559: ออนไลน์) ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นทบวงการชำนาญพิเศษของสหประชาชาติ ได้ช่วยเหลือ พัฒนาและปฏิรูปประเทศต่างๆ ในภาพรวมของระบบการศึกษาทั้งหมด (ในระบบ นอกระบบและอัธยาศัย) เพื่อเด็ก เยาวชน คนวัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่ โดยยูเนสโกได้มีการวางแผนและบริหารจัดการระบบการศึกษาเพื่อช่วยเหลือให้ประเทศต่างๆ มีคุณภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับทุกๆ คน และที่สำคัญได้มีการสนับสนุนทางด้านเทคนิคในลักษณะที่เป็นสูตรและแนวทางการปฏิบัติของนโยบาย เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายและการทำงานที่คาดหวังในชีวิต ซึ่งยูเนสโกได้พัฒนาและสนับสนุนโปรแกรมที่เข้มแข็งในทุกระดับของการศึกษา
การดูแลเด็กในช่วงเริ่มต้นและการศึกษา (Early Childhood Care and Education, ECCE) เพื่อเป็นการให้การดูแลและพัฒนาต่อเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลำดับความสำคัญในขอบเขตงานขององค์กร โดยยูเนสโกได้ทำงานร่วมกับรัฐบาล และผู้ร่วมงาน เพื่อขยายประโยชน์และคุณภาพให้การดูแลและพัฒนากับเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 8 ขวบในทั่วโลก (ยูเนสโก. 2559: ออนไลน์) ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต
วัยวุฒิ บุญลอย / 25 เมษายน 2559
ครู กศน.ตำบลช้างคลานและลูกศิษย์กับการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่วัดบุพพาราม
ครูนอกระบบโรงเรียนหรือครู กศน. (Teacher of Non-formal and Informal Education)
ครูในสถาบันการศึกษาของประเทศนั้นเป็นบุคลากรที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้ ออกแบบกิจกรรม จัดกระบวนการเรียนการสอนให้กับเด็กในชั้นเรียนเป็นอย่างมาก หากกล่าวถึงครูที่อยู่ตามโรงเรียนทั่วไป คงจะทราบกันว่ามีหน้าที่สอนให้กับนักเรียนในชั้นเรียนในระดับชั้นต่างๆ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งอยู่ในสายสามัญการศึกษานั้นเอง ผู้เขียนมีความสนใจเรื่องราวของครูนอกระบบโรงเรียนหรือครู กศน. ซึ่งอยู่ในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีการแบ่งประเภทของครูไว้หลายชื่อตำแหน่งดังนี้ 1)ข้าราชการครู (ครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 คศ.3 คศ.4) 2)พนักงานราชการ ได้แก่ ครูศูนย์เรียนรู้ชุมชนพระดาบส ครูมอแกน ครูศูนย์เรียนรู้ชุมชน ครูปอเนาะ ครู ศศช. การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง (ศศช.) ครูอาสาสมัคร และครู กศน.ตำบล และ 3)ครูอัตราจ้างเหมาบริการ ได้แก่ครู ศรช. ครูสอนคนพิการ ครู ปวช. และครูสอนเด็กเร่ร่อน (รายงานประจำปี 2559 ของสำนักงาน กศน.) หากพิจารณาบทบาทหน้าที่ของครู กศน.แล้วนั้น มีบทบาทในหน้าที่หลักและหน้าที่ตามนโยบายของหน่วยงาน คือ 1)การจัดการศึกษานอกระบบในขั้นพื้นฐาน 2)การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ประกอบด้วย การศึกษาชุมชน การศึกษาเพื่อสังคม การศึกษาเพื่อทักษะชีวิต 3)การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 4)การทำงานประสานกับหน่วยงานของรัฐในระดับพื้นที่ เช่น การทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนแนวปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน 5)งานบริหารจัดการในส่วนของงานด้านธุรการ ด้านงบประมาณ ด้านการจัดกระบวนการเรียนการสอนเหมือนกับครูในระบบทุกอย่าง และการจัดการด้านไอซีทีในระดับพื้นที่ และ 6)ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งในระดับส่วนตัว และในระดับขององค์กร เช่น กศน.ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความเอื้อเฟื้อในด้านสถานที่จากวัดบุพพารามใช้เป็นพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งเรียนด้วยวิธีการพบกลุ่มและใช้ไวไฟด้วยตนเองและโทรทัศน์ด้านการศึกษา (ETV) การลงพื้นที่ในวันธรรมดา ส่วนมากจะเป็นโครงการกิจกรรมในเรื่องการศึกษาต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นโครงการของ กศน.เอง และเป็นโครงการที่วัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ครู กศน.นอกจากมีหน้าที่หลักและรองตามข้างต้นแล้ว ยังมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของส่วนราชการหรือผู้บริหารระดับสูงได้มอบหมายทั้งด้วยความเร่งด่วน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ครู กศน.มีนอกเหนือจากครูโดยทั่วไป หากเป็นไปได้การให้การสนับสนุนและส่งเสริมทั้งในด้านงบประมาณและการกระจายอำนาจที่ชัดเจนไปสู่ระดับพื้นที่การปฏิบัติงานในระดับตำบลแล้วจะเป็นตัวเร่งในการพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอีกทางหนึ่ง พร้อมกับการให้ขวัญและกำลังใจด้านต่างๆ ต่างที่จำเป็นก็จะช่วยให้ครู กศน.มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
บทสรุป ในการกระจายอำนาจงบประมาณในระดับศูนย์ กศน.ระดับตำบล จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดการศึกษาให้กับประชาชนในพื้นที่ ชุมชนที่ด้อยโอกาสและขาดโอกาสอีกเป็นจำนวนมาก ในลักษณะเช่นเดียวกันกับโครงการตำบลละ 1 หรือ 10 ล้านบาทของมหาดไทย เป็นต้น เพราะการประสานในภาพรวมส่วนกลางดูเหมือนจะมากแต่มาลงในระดับตำบล กศน.จะมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่สอดคล้องกับโครงการ/กิจกรรมที่ต้องดำเนินการที่ใช้จำนวนมากในแต่ละปีกับกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลาย หากรัฐบาลเห็นความสำคัญด้านการศึกษาควรจัดงบประมาณให้กับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยในเชิงพื้นที่ให้มากกว่านี้และอย่างต่อเนื่อง ไม่นำเอาการเมืองมาแทรกแซงหรือชี้นำในการทำงานของการศึกษาในเชิงพื้นที่ ก็จะช่วยให้ประชาชนในประเทศเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
วัยวุฒิ บุญลอย /9 กุมภาพันธ์ 2561
คำว่า การศึกษา (education) เป็นคำที่มาจากภาษาลาติน 4 คำ ได้แก่ Educere, Educo, Educare and Educatum ซึ่งมีความหมายดังนี้ (Bhagirathi Sahu. 2002: pp.7-10)
———————————————————————————————————–
Latin word Its Meaning
———————————————————————————————————–
Educere to lead out, to draw out
Educo to lead forth, take forward
Educare to take care of, to bring up, to
Look after, to nourish, to nurture
Educatum to teach, to train
—————————————————-——————————————————
จากที่มาของคำภาษาลาตินข้างต้นนั้น เป็นการช่วยให้มีความเข้าใจต่อการศึกษาในความหมายของทั้ง 4 คำดังกล่าว โดยขอให้พิจารณาจากการศึกษาที่เป็นกระบวนการพัฒนาเด็กดังนี้
Educere มีความหมาย นำทางไปก่อน, ดึงออกมา (to lead out, to draw out) ตั้งแต่ที่เด็กเกิดมา สิ่งที่ตามมาด้วยคือ ความว่างเปล่า ซึ่งยังไม่ถูกครอบครองและมีความบริสุทธิ์ทางด้านจิตใจกับไม่มีความสมดุลของพลังกับความเป็นไปได้ (a zero balance of powers and possibilities) หลังจากนั้นก็ได้มีการเรียนรู้กับการพัฒนาการต่างๆ ของเด็ก จากธรรมชาติรอบตัวทั้งในทางวัตถุ สังคม ทางด้านจิตใจ และเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึก และสิ่งที่เด็กมีนั้นคือ พลังที่จะต้องถูกพัฒนาต่อไป
Educo มีความหมาย พาไปจุดเริ่มต้น, นำไปทางข้างหน้า (to lead forth, take forward) ซึ่งเป็นกระบวนการของการพัฒนาและการแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดของพลังที่มีมาแต่กำเนิด ดังนั้นการศึกษาเป็นการพัฒนาของพลังต่างๆ ของเด็ก ซึ่งพลังของเด็กเหล่านี้สามารถที่จะถูกพัฒนาได้อย่างไร (How can these powers of the child be developed?)
Educare มีความหมาย ดูแล นำไป เฝ้าดู การให้การเลี้ยงดู การอบรมบ่มนิสัย (to take care of, to bring up, to look after, to nourish, to nurture) ซึ่งการศึกษาเป็นกระบวนการของการให้การดูแล การเลี้ยงดูและการอบรมบ่มนิสัยของพลังที่มีมาแต่กำเนิดของเด็ก โดยธรรมชาติที่จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดู อีกทั้งสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ผ่านโปรแกรมในการพัฒนาของการศึกษาและการดูแลเอาใจใส่
Educatum มีความหมาย การสอน, การฝึก อบรม (to teach, to train) ซึ่งได้มีการเปรียบเทียบให้เห็นจากการจะเป็นต้นไม้ที่เติบใหญ่จะต้องเป็นต้นกล้ามาก่อน เหมือนกับการเป็นเด็ก แล้วมีการพัฒนาบุคลิกภาพที่สำคัญให้กับเขาในช่วงยังเด็กน้อยอยู่ ซึ่งเด็กเป็นพ่อคนแม่คนต่อไป จากสิ่งเล็กน้อยสามารถกลายเป็นสิ่งที่สำคัญและยิ่งใหญ่ได้ และมีความเป็นไปได้จากการผ่านการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น มันเหมือนกับเมล็ดพืชจะไม่งอกหรือแตกหน่อ ถ้าคุณทิ้งไปตกอยู่ในที่สภาพแห้งแล้ง ซึ่งเมล็ดพืชจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีน้ำ แสงแดดและอากาศ เป็นต้น เหมือนกับการพัฒนาเด็ก เด็กคือ ร่างกายที่เจริญเติบโตและจิตใจที่มีการพัฒนา สิ่งที่มีความจำเป็นคือ การศึกษาและการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นกระบวนการสอนและการฝึกอบรมที่มีความสำคัญต่อจิตใจของเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กนั้นมีความรู้ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งครูควรมีจิตวิญญาณที่ดีในการอ่านทั้งหน้าตาและจิตใจของเด็ก
โดยสรุปแล้ว จากคำภาษาลาตินทั้ง 4 คำข้างต้นทำให้ทราบถึงการศึกษานั้นมีผลต่อการพัฒนาเด็กและพัฒนาคนเป็นอย่างมาก โดยผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างเชื่อมโยงและต่อเนื่องกัน ทั้งนี้หากท่านผู้อ่านต้องการความละเอียดมากกว่านี้ขอให้ไปอ่านและศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มดังกล่าวที่ได้ระบุไว้ตามข้างล่างนี้
เอกสารอ้างอิง
Bhagirathi Sahu (2002) The New Educational Philosophy, Printed in India Published by Prabhat Kumar Sharma for Sarap & Sons, Laser typesetting at Roshan offset printers, DeIhi
วัยวุฒิ บุญลอย /20 สิงหาคม 2561
School, Family, and Community Partnerships. By Joyce L. Epstein and Associates
เมื่อพิจารณาจากหนังสือ ซึ่งผู้เขียนได้อธิบายกรอบแนวคิด (Six Types of Involvement-Six Types of Caring) ไว้ ๖ ด้านที่มีส่วนร่วม โดยสรุปดังนี้ คือ (๑) พ่อ แม่หรือผู้ปกครอง (Parenting) ความช่วยเหลือทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นจากการสนับสนุนของครอบครัว รวมถึงสภาพแวดล้อมที่บ้านที่มีสำหรับเด็ก และความช่วยเหลือของโรงเรียนกับความเข้าใจในเรื่องนี้ของครอบครัว (๒) การสื่อสาร (Communication) การจัดตั้งหรือการเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงการสื่อสารที่ใช้ทั้ง ๒ ทาง จากความหลากหลายของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับหลักสูตรของโรงเรียนและความก้าวหน้าของเด็ก (๓) การมีจิตอาสาหรือการเป็นอาสาสมัคร (Volunteering) การสรรหาและการจัดการของพ่อ แม่ ช่วยเหลือ ที่โรงเรียน บ้าน และที่ตั้งอื่นๆ หรือสถานที่ต่าง ๆ และรวมถึงผู้ที่คอยเฝ้าดูเด็กสำหรับการทำกิจกรรมของเด็ก ๆ (๔) การเรียนรู้ที่บ้าน (Learning at Home) การจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารและแนวความคิดสู่ครอบครัวเกี่ยวกับการช่วยเหลือนักเรียนอย่างไรกับการทำงานที่บ้าน และหลักสูตรต่าง ๆ กับความสัมพันธ์กับวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ (๕) การทำการตัดสินใจ (Decision Making) การมีสมาชิกจากครอบครัวเข้ามาร่วมและและเป็นตัวแทนและความเป็นผู้นำของคณะกรรมการโรงเรียน และให้การสนับสนุนเด็ก ๆ ในการตัดสินใจของโรงเรียน และ (๖) การมีส่วนร่วมกับชุมชน (Collaborating with the Community) การมีอัตลักษณ์และการบูรณาการทรัพยากรต่าง ๆ และการบริการจากชุมชนสู่จุดแข็งหลักสูตรของโรงเรียน และความสามารถของนักเรียนสู่การบริการชุมชน (Joyce L. Epstein and Associates, ๒๐๑๙ : ๑๖)
ประกอบตารางที่ผู้เขียน Prof. Dr. Joyce L. Epstein ได้จัดทำขึ้น โดยนำมาปรับใช้ในการทำงานให้กับนักศึกษาในชั้นเรียน ซึ่งทำให้นักศึกษาได้มีการวิเคราะห์และเสนอแนะจากประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานจริง โดยทำให้มีมุมมองที่กว้างขวางและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
วัยวุฒิ บุญลอย /๓ มีนาคม ๒๕๖๗